สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

(World War I หรือ First World War)

              เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ถึง พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน(อังกฤษ: World War I หรือ First World War) หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “สงครามครั้งยิ่งใหญ่” (อังกฤษ: Great War) หรือ “สงครามเพื่อยุติสงครามทั้งมวล” (อังกฤษ: War to End All Wars) โดยพบว่ามีทหารกว่า 70 ล้านคนมีส่วนร่วมในการรบ รวมไปถึงชาวยุโรปอีกกว่า 60 ล้านคน ผลจากสงครามทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหาย รวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน
สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นสงครามความขัดแย้งบนฐานการล่าอาณานิคม ระหว่างมหาอำนาจยุโรปสองค่าย คือ ฝ่ายไตรพันธมิตร (Triple Alliance) ซึ่งประกอบไปด้วยเยอรมนี และอิตาลี กับฝ่าย (Triple Entente) ประกอบไปด้วยบริเตนใหญ่ ฝรั่งเศสและรัสเซีย

สาเหตุ

อาร์ชดยุกฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์

อาร์ชดยุกฟรันซ์ แฟร์ดินันด์แห่งออสเตรีย
อาร์ชดยุกแห่งออสเตรีย-เอสเต

และเจ้าฟ้าชายแห่งฮังการี

สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็คือ

1. ลัทธิชาตินิยม
ใน ค.ศ. 1870 บิสมาร์กได้ดำเนินกุศโลบายจนเกิดสงครามฝรั่งเศส – ปรัสเซีย (Franco-Prussian War) จากนั้นได้พยายามดำเนินนโยบายการโดดเดี่ยวฝรั่งเศสปรัสเซียเป็นฝ่ายชนะ ฝรั่งเศสต้องยอมสูญเสียแคว้น อัลซาสและลอร์เรนการสงครามทำให้รัฐเยอรมันสามารถรวมตัวกัน และต่อมาสถาปนาเป็นจักรวรรดิเยอรมันทั้งนี้เพราะบิสมาร์กเชื่อมั่นว่า นโยบาย“เลือดและเหล็ก” เท่านั้นที่จะช่วยให้รัฐเยอรมันรวมกันเป็นประเทศได้
2. ลัทธิจักรวรรดินิยม
อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศต่าง ๆ แสวงหาตลาด
ระบายสินค้าและแหล่งวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมจึงก่อให้เกิด ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์

3. การแบ่งกลุ่มพันธมิตรยุโรป
มหาอำนาจยุโรปมีความขัดแย้งกัน จึงจำเป็นต้องมีพันธมิตรไว้เป็นพวกทำให้มหาอำนาจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

1. กลุ่มไตรภาคี (Triple Alliance) ประกอบด้วยเยอรมนี ออสเตรีย – ฮังการี
ี และอิตาลี ต่อมาอิตาลีถอนตัว กลุ่มนี้เรียกว่า “กลุ่มมหาอำนาจกลาง” (Central Powers)

2. กลุ่มไตรพันธมิตร (Triple Entente) ประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย
ต่อมามีอิตาลีเข้าร่วมกลุ่มด้วยเรียกว่า “กลุ่มสัมพันธมิตร” (Allied Powers)

4. ความขัดแย้งในคาบสมุทรบอลข่าน
สาเหตุของปัญหาเกิดจากการพยายามรักษาอำนาจและอิทธิพลระหว่างออสเตรีย –
ฮังการี กับรัสเซียโดยรัสเซียต้องการใช้คาบสมุทรบอลข่านเป็นทางออกสู่ทะเล
ทางใต้ของตนและ ต้องการขึ้นเป็นผู้นำของชนชาติสลาฟ (Slav)ในคาบสมุทรบอลข่านอันมีเชื้อสายเดียวกับรัสเซีย

ชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 1

1. การลอบปรงพระชนม์องค์รัชทายาทของออสเตรีย- ฮังการี ในปี
ค.ศ. 1914 ขณะเสด็จประพาสเมืองหลวงของแคว้นบอสเนีย ซึ่งรัฐบาลออสเตรีย-ฮังการีเชื่อว่าเซอร์เบียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจึงประกาศสงครามกับเซอร์เบีย
2. การเข้าร่วมสงครามของชาติอื่นๆ ทำให้สถานการณ์ขยายวงกว้างกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่1 ดังนี้
3.  รัสเซียสนับสนุนกำลังทหารแก่เซอร์เบีย ทำให้อังกฤษกับฝรั่งเศสต้องเข้าช่วยเหลือรัสเชียตามข้อตกลงที่ทำไว้ในสนธิสัญญาที่ทำไว้
4.  สหรัฐอเมริกาเข้าช่วยอังกฤษและฝรั่งเศษ เพราะเรือสินค้าของตนถูกเยอรมันโจมตีอย่างไร้มนุษย์ธรรม
5.  เยอรมันเข้าช่วยเหลือออสเตรีย-ฮังการี ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาข้างต้น

ผลของสงคราม

ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง โดยฝ่ายเยอรมนีพ่ายแพ้ยอมยุติสงคราม
ผลของสงครามได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ 2 ฝ่าย คือ

1. ด้านสังคม สงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน ผู้บาดเจ็บและทุพพลภาพจำนวนมาก หลายคนเป็น โรคจิตที่เกิดจากการกลัวภัยสงคราม
อีกทั้งเกิดปัญหาชนพลัดถิ่น

2. ด้านการเมือง ประเทศมหาอำนาจเดิม ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย –
ฮังการี และตุรกี เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต้องทำสนธิสัญญาสันติภาพที่ประเทศผู้ชนะร่างขึ้น  5 ฉบับ คือสนธิสัญญาแวร์ซายส์ทำกับเยอรมนี สนธิสัญญาแซงต์แยร์แมง  ทำกับออสเตรีย สนธิสัญญาเนยยี ทำกับบัลแกเรีย สนธิสัญญาตริอานองทำกับฮังการี  และสนธิสัญญาแซฟส์ทำกับตุรกี(ต่อมาเกิดการปฏิวัติในตุรกีจึงมีการทำ   สนธิสัญญาใหม่เรียกว่า “สนธิสัญญาโลซานน์”) และยุโรปโดยรวมอ่อนแอลง

3. ด้านเศรษฐกิจ สงครามครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลในการผลิตอาวุธใหม่ ๆ  ที่มีอำนาจทำลายล้างสูงกว่าการทำสงครามในอดีต เช่น รถถัง เรือดำน้ำ แก๊สพิษ  ระเบิด เป็นต้น เพื่อหวังชัยชนะหลังสงครามสิ้นสุดฝ่ายแพ้ต้องจ่ายค่าปฏิกรรม  สงคราม ส่วนฝ่ายชนะรับผิดชอบเลี้ยงดูผู้ประสบภัยและบูรณะประเทศ   จนทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ผลกระทบของสงคราม

1. ความพ่ายแพ้ของมหาอำนาจกลางและความหายนะของมนุษยชาติทำให้
ประเทศต่าง ๆ มีแนวคิดร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาระหว่างประเทศ ด้วยสันติวิธีโดย  การก่อตั้งองค์การสันนิบาตชาติ  ขึ้น
2. เกิดประเทศเอกราชใหม่ ๆ เช่น ลิทัวเนีย แลตเวีย เอสโทเนีย

การประสานประโยชน์หลังสงคราม

สงครามโลกครั้งที่ 1 นำความสูญเสียมาให้ทั้งผู้แพ้และผู้ชนะในด้านทรัพย์สิน  และชีวิต ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาสืบเนื่องหลังสงคราม ในด้านสังคม เศรษฐกิจ  และการเมือง หากไม่หาหนทางขจัดหรือป้องกันสงครามครั้งใหม่ก็จะต้อง   เกิดขึ้นมาอีก ประเทศทั้งหลายต่างก็ตระหนักในปัญหานี้และพยายามหาช่องทางที่จะไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาได้เป็นผู้นำแนวความคิด  ที่จะสร้างองค์การ ระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขข้อพิพาทหรือความขัดแย้งโดยสันติ  มากขึ้นด้วย

ที่มา  :  http://www.sb.ac.th/www_war/war1_2.htm

http://th.wikipedia.org

http://krusutee.blogspot.com/2012/01/world-war-1.htm

กรุณาใส่ความเห็นด้วยนะค่ะ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: